ขอต้อนรับ

ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่สังคมออนไลน์...ด้วยความยินดียิ่ง

วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

หนังสือผู้น่าสงสาร.......
                                     เด็กน้อยผู้น่าสงสาร........
        
           ไม่เชื่อ...ก็ต้องเชื่อ....ว่ามีหนังสืออยู่...หลายสิบ......หลายร้อย..หลายพัน...หลายหมื่น...หลายแสนเล่ม
ที่ถูกขังอยู่ในห้องแคบๆ
มืดๆ ทึบๆ....มีป้ายแขวนไว้หน้าห้องว่า..”...ห้องสมุด...”โดยไม่มีกำหนด
ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ไม่ได้รับการเยี่ยม และไม่มีโอกาสต่อสู้คดีความใดๆ  ....ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ...ว่าโรงเรียนบางแห่งมีการรณรงค์  จัดหา ขอบริจาค ทอดผ้าป่า เลี้ยงน้ำชา สารพัดที่จะได้หนังสือมาเพื่อนำหนังสือเหล่านั้นมากักขังหน่วงเหนี่ยวให้มากที่สุด บางแห่งมีการพรากผู้เยาว์ (หนังสือสำหรับเด็กอายุไม่เกิน
13 ปี ) ซ้ำร้าย....หลายแห่งมีการนำนักโทษประเภท...จอบ เสียม บุ้งกี๋...รถตัดหญ้า...และอุปกรณ์กีฬาจำนวนมากมากักขังไว้รวมกัน.....โอ้ย..>>อะไรจะขนาดนั้น....
 
.......โถ! หนังสือผู้น่าสงสาร  ไม่มีโอกาสรู้เลยว่าเขาสร้างพวกเจ้ามาเพื่ออะไร...อาจมีโอกาสเห็นแสงเดือนแสงตะวันอยู่บ้างก็ต่อเมื่อมีคนมาเปิดหน้าต่าง  จะถูกขังอีกนานเท่าไรไม่มีใครรู้...
       โ
รงเรียนหลายแห่ง ไม่เห็นความสำคัญของห้องสมุด ไม่เห็นความสำคัญของหนังสือ  ที่สำคัญ..ไม่มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านการใช้ห้องสมุด รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ ที่นำไปสู่การพัฒนานิสัยรักการอ่าน...เด็กจะมีพฤติกรรมการอ่านก็ต่อเมื่อ.....มีการบังคับให้อ่านเท่านั้น...
          อนิจจา...ห้องสมุด ..หน้าตาของงานวิชาการงานหลักกลายเป็นงานรอง เป็นงานฝาก ขาดบุคลากรที่มีความรู้ ความเข้าใจ ขาดการส่งเสริมอย่างจริงจัง
ไม่แปลกใจเลยที่เด็กไทยเรายังได้ชื่อว่า “ไม่มีนิสัยรักการอ่าน” จนกระทั่งถึงปัจจุบัน
.